โบราณสถาน สมัยทวารวดี

670
โบราณสถาน สมัยทวารวดี รวมโบราณสถานสำคัญๆ ในสมัยทวารวดี ในประเทศไทย(ปัจจุบัน)

“ทวารวดี” อาณาจักร์โบราณ อายุเก่าแก่ตั้งแต่ก่อนพุทธศตวรรษที่ 12 (พ.ศ. 1100) ถึงพุทธศตวรรษที่ 15 (พ.ศ. 1400) แถบจังหวัดนครปฐมในปัจจุบัน เป็นสถานที่ค้นพบโบราณสถานและวัตถุหลักฐานมากที่สุด จึงคาดว่าเป็นจุดศูนย์รวมของอาณาจักรทวารวดี ครอบคลุมจังหวัดสุพรรณบุรี ราชบุรี ลพบุรี ไปจนถึงภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน และภาคใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า ชาวมอญและละว้าในอาณาจักรทวาราวดีมีการติดต่อค้าขายทางทะเลอย่างกว้างขวาง เพราะมีเส้นทางออกสู่ทะเลมากมาย เมื่อความรุ่งเรืองของอาณาจักรทวารวดีค่อยๆเสื่อมลง ฝ่ายขอมจึงฉวยโอกาสเข้าตีเมือง อาณาจักรทวารวดีถึงกาลล่มสลายและตกอยู่ในอำนาจของขอมอย่างสมบูรณ์เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 16

ในสมัยอาณาจักรทวารวดีได้รับอิทธิพลทางศาสนาพุทธและฮินดู สถาปัตยกรรมแบบทวาราวดีที่หลงเหลือถึงปัจจุบันจึงมักเหลือเพียงซากฐานโบราณสถาน ดังเช่นที่พบในแหล่งโบราณคดีที่นครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี และลพบุรี มักก่ออิฐและใช้สอดิน บางแห่งมีการใช้ศิลาแลงบ้าง การก่อสร้างบริเวณฐานเจดีย์มักเป็นรูปฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า ย่อมุม และมีบันไดลงไปด้านล่าง ส่วนเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำมียอดแหลมอยู่ด้านบน สันนิษฐานว่าเป็นแบบอย่างที่รับจากศิลปะอินเดียสมัยปาละ

กล่าวคือ สถาปัตยกรรมสมัยทวารวดีที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาเช่นเดียวกับประติมากรรม ได้แก่ โบสถ์ วิหาร เจดีย์ต่างๆ ซึ่งมักอยู่ในสภาพปรักหักพัง ส่วนใหญ่เป็นอาคารก่ออิฐสอดิน มีแผนผังแตกต่างกันออกไป เช่น ผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือผังกลม อิฐที่ใช้มักมีขนาดใหญ่ มีแกลบผสม หรืออาจใช้ศิลาแลงบ้างในบางครั้ง ในจังหวัดนครปฐม ได้พบสถาปัตยกรรมสมัยทวารวดี อยู่หลายแห่งด้วยกัน ที่สำคัญเช่น เจดีย์พระประโทน เจดีย์จุลประโทน เจดีย์วัดพระเมรุ เป็นต้น

ตัวอย่างสถาปัตยกรรมทวารวดีเท่าที่มีการสำรวจทางโบราณคดี อาทิ วัดพระเมรุและเจดีย์จุลประโทน จังหวัดนครปฐม ปรากฏประติมากรรมดินเผาและปูนปั้นประดับอยู่รอบฐาน (ส่วนใหญ่เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จังหวัดนครปฐม) และที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองคูบัว จังหวัดราชบุรี บ้านโคกไม้เดน จังหวัดนครสวรรค์ เมืองฟ้าแดดสูงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ และเมืองพระรถ ดงศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี
バンドンラコーン遺跡 (Ban Dong Lakhon Archaeological Site) は、大きな古代都市の遺跡であり、独特の長方形のレイアウトを持ち、土塁と堀で囲まれています。この物理的構造は、ドヴァーラヴァティー時代(仏暦11世紀から16世紀)の古代都市の特徴です。市内および市外の両方で、陶器、ガラスのビーズ、鉄製の道具、ナーガプロックの姿勢の仏像、石碑、かつては大きな宗教的建造物であったものの遺跡など、重要な遺物が発掘されています。これらの発見は、その過去の繁栄と、何世紀にもわたるコミュニティの中心としての重要性を反映しています。
この遺跡の主な特徴は、ストゥーパまたはヴィハーラの遺跡であると考えられている残存する考古学的塚、独特の都市計画、そして近くの地元の博物館に展示されている遺物によって証明される、考古学的遺跡としての完全性です。この地域は、何世紀も前に放棄された文明...
read more
ノンムアン古代都市 (Non Muang Ancient Town)は、地元では「ク・ノンムアン」と呼ばれることが多く、コンケン県で最も重要な考古学的ランドマークです。高い、涙滴型の楕円形の土塁に位置する、典型的な「堀のある遺跡」です。この広大な地域は、数千年にわたる継続的な社会と文化の進化を目撃した重要な古代集落を表しています。この遺跡は、後期先史時代に始まる人間の居住を記録する多層的な地層によって独特です。この時代の最も説得力のある証拠は「埋葬の伝統」です。考古学者は、細心の注意を払って特定の方向で埋葬された膨大な数の人骨を発掘しました。特に、乳児の「壺葬」の発見は、来世と再生のサイクルに関する高度に洗練された信念体系を示唆しています。
古代の経済と技術の観点から、回収された遺物は、ノンムアンの人々が特に鉄の製錬において熟練した冶金学者であったことを示しています。遺跡全体に散らばる鉄滓...
read more

กำลังเป็นที่นิยม

あなたの旅行を管理する

最後の訪問

スシロー スシロー (รีวิว 0 รายการ)

近くのレストラン近くのレストラン